การทำเมโสหน้าใส เห็นผลในในกี่วัน

ในการทำเมโสหน้าใสจะเริ่มเห็นผล 3 วันหลักการรักษา และจะเป็นผลที่ชัดเจนในช่วงเวลา 7 – 14 วัน มีประสิทธิภาพอยู่ได้ประมาณ 1 – 2 เดือน โดยปกติเมโสหน้าใสจะฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้งในช่วง 1 เดือนแรก และหลังจากนั้นจะฉีดทุก ๆ 2 สัปดาห์ เพื่อคงสภาพ ซึ่งเมโสหน้าใสไม่มีการการฉีดแบบถาวร และสารที่ฉีดเข้าไปจะสลายหมดไปทันทีไม่มีสารตกค้าง

การทำเมโสหน้าใสเหมาะกับใคร

1.ในการทำเมโสหน้าใส เหมาะมากกับสาว ๆ  ที่ไม่ชอบทาครีมบำรุงผิว และต้องการเห็นผลลัพธ์ไวที่สุด

2.เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ทั้งนอนดึก อดหลับอดนอน และทำงานหนักที่ต้องการการบำรุงแบบครบวงจร

3.คนที่มีปัญหาผิวหน้า ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอย จุดด่างดำ ฝ้า กระ และสิว ผดผื่นและผิวไม่เรียบเนียน

4.คนที่ต้องการผลการบำรุงแบบเร่งด่วน

หลังจากทำเมโสถ้ามีผื่นแดงต้องทำอย่างไร

ในการทำเมโสหน้าในสามารถเกิดผื่นแดงเกิดขึ้นได้จากสาเหตุต่าง ๆ ดังนี้

1.เกิดจากการอักเสบติดเชื้อ มักจะไม่บวมแดงทันทีหลังทำ จะเริ่มบวมแดงมากขึ้นหลังจากวันที่ 3 หลังการฉีด หากรีบรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อก็จะหายได้อย่างปลอดภัย 100% และควรระวังเรื่องความสะอาดในการฉีดครั้งต่อไป

2.เกิดจากการแพ้ ยาชาทา หรือตัวยาเมโส จะบวมแดงทันทีหลังทำ และเป็นทั่วทุกจุดที่ฉีด หรือ จุดที่ทายาชา ถ้าแพ้แบบไม่รุนแรง และไม่อันตราย จะหายเองใน 1 คืนหลังจากการฉีด หากมีการบวมแดงนานเกิน 24 ชม.  ควรมาพบแพทย์เพื่อรับยากินเพิ่ม

3.เกิดจากผื่นคนไข้กำเริบ หรือเป็นผื่นจากโรคอื่น ๆ ที่เกิดพร้อม ๆ กัน ระยะเวลาการเกิดผื่นไม่แน่ไม่นอน ตำแหน่งที่เกิดผื่นจะไม่ตรงกันกับจุดที่ฉีด หากเกิดอาการเช่นนั้น ควรรีบติดต่อแพทย์เพื่อให้วินิจฉัยเบื้องต้นและรักษาตามโรคนั้น ๆ ทันที

4.ผื่นแดงจากรอยเข็ม รอยช้ำ จะออกสีม่วงเขียวตามจุดที่ฉีด อาจจะเกิดทันที หรือหลังฉีด 2 – 3 วันได้ วิธีการแก้ไขสามารถทำได้ด้วยการประคบเย็นภายใน 48 ชม. แรก หลังจากนั้นสามารถประคบอุ่นได้ตามคำแนะนำของแพทย์

ข้อควรระวังในการทำเมโสหน้าใส

การทำเมโสหน้าใสมีหลายยี่ห้อที่ไม่ผ่าน อย. นั่นหมายความว่า จะไม่สามารถยืนยัน ที่มาและแหล่งผลิตได้ รวมถึงไม่มั่นใจว่าตัวยาที่อยู่ในเมโสนั้น ๆ จะเกิดผลเสียในระยะยาวหรือไม่ และในส่วนผสมของเมโสจะมีส่วนผสมของ สเตียรอยด์หรือฮอร์โมน ก็จะทำให้เห็นผลไว ผิวขาวเนียนนุ่น แต่เมื่อฉีดไปนาน ๆ 1 – 2 ปี จะทำให้ผิวบางลงได้ หรือดีไม่ดีอาจเป็นสารก่อมะเร็งได้ การการจะทำเมโสหน้าใส จะต้องเลือกคลินิกที่มีความน่าเชื่อถือ และผลิตภัณฑ์ที่ใช้จะต้องมีการทดทะเบียนอย่างถูกต้อง มีบริษัทนำเข้าอย่างชัดเจน ยาไม่เสื่อมคุณภาพ และสามารถเช็คแหล่งผลิตได้ มีความปลอดภัย สามารถตรวนสอบกับได้

หลังฉีดเมโสหน้าใสห้ามทำอะไร

1.ไม่ควรนวดผิวบริเวณที่ทำทันที

2.งดท่ครีมบริเวณรอยเข็ม 1 คืน

3.หากเกิดรอยแดง ช้ำ จากรอยเข็มบริเวณที่ฉีด สามารถประคบเย็นได้ตามคำแนะนำของแพทย์

ข้อดีข้อเสียของการทำเมโสหน้าใส

ข้อดี

-เป็นการให้สารบำรุงผิวที่เห็นผลได้ไวกว่าการทาครีมบำรุงผิว

-ไม่ต้องพักฟื้นรอยแดงสามารถหายไปได้ภายในสามวัน

-ช่วยรักษาปัญหาของผิวได้อย่างเร่งด่วน เช่น สิว รูขุมขนกว้าง เป็นต้น

ข้อเสีย

-อาจเกิดอาการแพ้ อักเสบหรือฟกช้ำได้หากไม่ได้รับการฉีดที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญ

-เป็นการบำรุงผิวหน้าระยะสั้นเพราะตัวยาจะสลายหายไปภายในสองเดือน จึงทำให้ต้องฉีดบ่อย ๆ

การทำเมโสเป็นการฟื้นฟูให้ผิวหน้าเราดีขึ้นเพียงใช้เวลาในการทำไม่นานก็เห็นผลทันที ถ้าอยากให้ผิวสวยหน้าใสแนะนำเลยว่าให้นำเมโสหน้าใสนี้ละทำแล้วเห็นผลไว และเป็นวิธีที่เจ็บตัวน้อยที่สุด และใช้เวลาไม่กี่วันรอยผื่นจากการถูกสะกิดจากเข็มก็จะค่อย ๆ จางหายไป ทำแล้วปลอดภัยและไม่ระคายเครืองต่อผิวอีกด้วย

#ทำเมโสหน้าใส #ใครควรทำเมโส #ศัลยกรรม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *